X-Men Dark Phoenix (2019) เอ็กซ์-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์
ฌองเกรย์เริ่มสั่นคลอนเมื่อพลังที่ควบคุมยากค่อย ๆ กลายเป็น “ดาร์ก ฟีนิกซ์” และลากให้เอ็กซ์-เม็นต้องตัดสินใจระหว่างความรักของเพื่อนกับความปลอดภัยของโลก ภารกิจครั้งนี้เสี่ยงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออำนาจและการหักหลังปะปนกันอย่างอันตราย
เนื้อเรื่องโดยรวม
ชื่อไทย: เอ็กซ์-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์
ชื่ออังกฤษ: X-Men Dark Phoenix (2019)
ประเภทหนัง: Action, Adventure, Sci-Fi
ฌองเกรย์เริ่มที่จะสร้างพลังที่ทำให้เชื่องใจซึ่งทำให้เธอกลายเป็น Dark Phoenix ในปัจจุบัน “เอ็กซ์-เม็น” ต้องเลือกว่าชีวิตของเพื่อนร่วมงานนั้นมีค่ามากกว่าใครบนโลกใบนี้หรือไม่ ไชน่าเกรย์เริ่มสร้าง ใจของเธอสามารถเชื่อได้ศักยภาพซึ่งกระตุ้นให้เกิดวิธีที่แย่มากและมันทำให้เธอกลายเป็น Dark Phoenix ตอนนี้ X-Men จำเป็นต้องเลือกว่าชีวิตของเพื่อนร่วมงานนั้นมีค่ามากกว่าชีวิตของคนทั้งโลก เมื่อถึงจุดที่ “ดาร์ก ฟีนิกซ์” มีภารกิจในการช่วยชีวิตผู้เดินทางในอวกาศจะมีเปลวไฟจากดวงอาทิตย์ในระหว่างการกอบกู้ ให้โอกาสแก่จีนในการมืด (โซเฟียเทอร์เนอร์) รักษาพลังอันมโหฬารไว้ในตัวเธอ อาจเป็นไปได้ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามอำเภอใจเกิดขึ้นเมื่ออำนาจดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อทุกชีวิตบนโลกจนกว่า Charles Xavier (James McWoy) และทีม Xen จำเป็นต้องรู้วิธีป้องกันประเทศจีนจากการวางกรอบ วันโลกาวินาศจากความสามารถของเธอเองเช่นกันโลกจำเป็นต้องประสบกับผลร้ายของมนุษย์ต่างดาวซึ่งขับเคลื่อนโดย “X-Men” (เจสสิก้าชาสเทน) ผู้ซึ่งชอบที่จะใช้ความเข้มของจีนเพื่อล้างจักรวาลบางส่วนเช่นกัน กิจการของ Dark Phoenix นั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่เหมือนฟีนิกซ์ที่มีกลิ่นเหม็น แต่เป็นของใหม่ ตั้งแต่หลังจากการประกาศการสร้างในปี 2559 (3 สัปดาห์ก่อนคติปรากฏ) ภาพยนตร์ต้องเผชิญหน้ากับมหากาพย์การถ่ายภาพจนกว่ารายการจะถูกเลื่อนออกไปหลายครั้งจนกว่าจะมีการปล่อยออกจริงในสัปดาห์นี้ ภาพยนตรเกิดขึ้นจาก The Dark Phoenix Saga ใน “X-Men Dark Phoenix” เล่มที่ 150 ซึ่งถูกมองวาเปนโอกาสสวนใหญที่สุดที่จะปรับเปนหนัง นอกจากนี้แม้ว่าเราจะได้เห็น China Gray กลายเป็นฟีนิกซ์บนหน้าจอ X-Men The Last Stand ในปี 2549 หรือการสิ้นสุดของ X-Men Apocalypse (2016) แต่ Dark Phoenix จะวิ่งผ่านการเคลื่อนไหวครั้งแรก รูปภาพจะมีสมาธิกับพลัง อันตรายของ China Grey และการติดต่อของเธออย่างแท้จริงเพื่อดูทั้งด้านที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆของพลังและความละเอียดอ่อนของหัวใจของหญิงสาวซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่ซึ่งภาพยนตร์ Simon Simonberg ผู้แต่งเนื้อหา Xmen ตั้งแต่ The Last Stand, Apocalypse (ยกเว้น First Class แต่งโดย Matt Wahn) เราจีนเพื่อตรวจสอบชีวิตลึกลับของเกรย์ตั้งแต่วัยรุ่น การเชื่อมต่อระหว่างเธอกับชาร์ลส์เซเวียร์ซึ่งเริ่มจากการพยายามรักษาความปลอดภัยของโรคจิตที่กล่าวถึงครั้งสุดท้ายนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง หลีกเลี่ยงฉากที่ชาร์ลส์ยืนปากกาสำหรับประเทศจีนเพื่อเป็นพรและเปิดเผยแก่เธอว่าคุณสามารถใช้ปากกาเพื่อเขียนหนังสือหรือเป็นอาวุธ มันเป็นปากกาได้อย่างไร? ในฐานะที่เป็นพรมากพอ ๆ กับความสามารถของเธอซึ่งเนื้อหาส่วนนี้ฉลาด แต่น่าเศร้าฉากที่ยิ่งใหญ่ได้ถูกระบายออกไปหลังจากที่ China Gray กลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา เนื่องจากเนื้อหาภาพยนตร์เปิดกว้างเป็นอย่างมากและยังไม่เปิดเผยให้เราเห็นถึงแรงจูงใจเบื้องหลังว่าทำไมเราต้องช่วย China Gray หรือแม้กระทั่งเหตุผลที่ Xmen ต้องมั่นใจในประเทศจีนรวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างจีนและไซคลอปส์ ยังไม่เพียงพอดังนั้นเราจึงมีการติดต่อน้อยกว่าทั้งสองการเชื่อมต่อหรือแม้แต่ความเข้มของจีนที่ไม่สามารถคาดเดาได้เกรย์ไม่สามารถบอกอะไรได้เลยในฉากนี้ทำให้เสาหลักบ้านเปิดออกและกระแทกฝ่ายตรงข้ามเข้าสู่ตัวแบ่ง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในการปรับตัวการ์ตูนนั้นมีความก้าวหน้าอย่างไม่น่าเชื่อมากนักในการวัดเวลา ยิ่งไปกว่านั้นตัวละครแต่ละตัวที่นำเสนอจากภาพยนตร์เก่ายังเป็นตัวบอก พยายามอย่าสับสนอย่าง Charles Xavier ณ ตอนนี้ เรื่องราว ณ จุดนั้นใช้ความสามารถในการสั่งซื้อ Xmen ออกจากโลกเพื่อช่วยเหลือบุคคลในภารกิจเสี่ยงภัย เมื่อถึงจุดที่คนจีนสามารถควบคุมพวกเขากลับมาชดใช้ในเวลาอันสั้นหลังจากนั้นคล้ายกับบุคคลสองขั้ว มีครูที่ชาญฉลาดและเมตตาค่อนข้างน้อย สถานที่ที่ภาพยนตร์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับค่ายรวมถึงคนที่คลั่งไคล้ของเขาค่อนข้างน้อยเนื่องจากมันถูกใช้เป็นเขตสงครามในฉากที่ยิ่งใหญ่ของเรื่องราวรวมถึงตัวละครที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวที่พวกเขาควรจะอภิปรายโดยเฉพาะ ประเด็นทางการเมืองร่วมสมัยที่สามารถจัดการกับโอกาสที่แตกต่างกันเป็นวัตถุดิบที่ดีได้อย่างง่ายดายนี่คือสถานที่ที่ภาพยนตร์ของ Simon Kinberg มองเห็นแก่นแท้ของการเป็นภาพยนตร์ทางการเมืองซึ่งมีความสำคัญมากในภาพยนตร์สองเรื่องแรกตั้งแต่ปี 2000 รวมถึงการแนะนำตัวละครที่น่าสนใจ ที่จะเข้าร่วม. มีเลือดมากกว่าเนื้อสัตว์และมันจะทำให้เนื้อหาของภาพยนตร์สมบูรณ์กว่าการพยายามยัดฟิล์มที่เสร็จสมบูรณ์แล้วสำหรับภาพเคลื่อนไหวเมื่อมันปรากฏขึ้น อย่างไรก็ตามแท้จริงนี่เป็นภาพเคลื่อนไหวที่น่ากลัว น่าสนใจภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยฉากกิจกรรมสำคัญมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามอย่างต่อเนื่องบนรถไฟที่ภาพยนตร์ทำขึ้นนั้นมีพลัง หรือในทางกลับกันจะเป็นเพลงที่ Hans Simmer ได้ทำขึ้นมาเพื่อให้ทำนองที่ยอดเยี่ยมมากเท่ากับตัวละครบนหน้าจอฉันควรยอมรับว่าถ้ารับบทที่
เนื้อเรื่องแบบไม่สปอยล์
ฌองเกรย์ (จีน เกรย์) กำลังรับมือกับพลังที่เพิ่มพูนจนควบคุมไม่อยู่ และพาเธอเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “ดาร์ก ฟีนิกซ์” ขณะเดียวกัน เอ็กซ์-เม็นกลับต้องเผชิญโจทย์หนักที่ไม่ใช่แค่การช่วยชีวิต แต่คือคำถามว่ามนุษย์ควรให้คุณค่ากับใครมากกว่ากันเมื่อภัยคุกคามทวีความรุนแรง
เมื่อเหตุการณ์บานปลาย กลไกการชี้นำและความหวาดระแวงเริ่มกดทับทีม ทำให้การปกป้อง “จีน” ไม่ได้ง่ายเหมือนการรักษาผู้มีอำนาจคนหนึ่ง แต่ต้องหาทางหยุดวงจรอันตรายที่อาจลามไปถึงทุกชีวิตบนโลก รวมถึงรับมือผลของความสามารถที่ยากจะคาดเดาและแรงจูงใจเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่
ก่อนดูเรื่องนี้ควรรู้อะไรบ้าง
ภารกิจเร่งด่วนพา “ดาร์ก ฟีนิกซ์” เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์นอกโลก ขณะที่เปลวไฟที่มาจากแรงกดดันของพลังเริ่มแสดงให้เห็นว่ามันไม่เพียงทำร้ายร่างกาย แต่ยังบิดทิศทางการตัดสินใจของคนรอบข้าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของฌองเกรย์จึงค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างพลังกับหัวใจ
ในอีกด้านหนึ่ง เอ็กซ์-เม็นต้องเร่งหาวิธีป้องกันไม่ให้ความสามารถที่กำลังเติบโตถูกใช้เป็นเครื่องมือ ก่อนที่ความเข้าใจผิดจะกลายเป็นชนวนสงคราม ตัวละครหลายคนทำหน้าที่คนละมุม ทั้งการพยายามช่วยและการตั้งข้อสงสัย ขณะที่ความสัมพันธ์เดิมถูกทดสอบด้วยแรงกดดันและการจัดวางเกมอันสลับซับซ้อน
องค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ
หนังเดินเกมด้วยความเข้มข้นสูง งานแอ็กชันจัดเต็มเป็นช่วง ๆ พร้อมฉากไล่ล่าที่ลื่นไหลและดูมีแรงส่ง โดยเฉพาะลำดับที่อัดแน่นด้วยการเคลื่อนที่และแรงปะทะซึ่งทำให้ความเสี่ยงรู้สึกจับต้องได้ อีกทั้งโทนอารมณ์ของฌองเกรย์ถูกขับออกมาด้วยความเปราะบางปนความดุร้าย ทำให้พลังเหนือธรรมชาติไม่ได้เป็นแค่ภาพตระการตา แต่กลายเป็นแรงกดดันทางจิตใจที่ขยายวงกว้าง
รีวิวภาพรวมแบบเข้าใจง่าย
โดยรวม “เอ็กซ์-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์” เป็นหนังแอ็กชัน-ไซไฟที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์และความสัมพันธ์ของตัวละครควบคู่กับฉากลุยสุดมันส์ จุดแข็งคือภาพลำดับการต่อสู้ที่ทำให้เรื่องไหลลื่นและตึงมือ รวมถึงความพยายามในการขยายมิติด้านจิตใจของฌองเกรย์
อย่างไรก็ตาม บางช่วงการปูแรงจูงใจและความเชื่อมโยงระหว่างตัวละครอาจรู้สึกกระโดดไปบ้างสำหรับคนที่อยากได้คำอธิบายละเอียดตั้งแต่ต้น ถึงอย่างนั้นถ้าชอบหนังแนวเอ็กซ์-เม็นที่ทั้งดราม่าและแอ็กชันแบบเข้ม หนังเรื่องนี้ยังพอจะมอบความสนุกและบรรยากาศได้ชัด
ข้อมูลหนัง
- ชื่อหนัง: X-Men Dark Phoenix (2019) เอ็กซ์-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์
หนังภาคอื่นที่เกี่ยวข้อง
- X-MEN 1 (2000) เอ็กซ์ เม็น ศึกมนุษย์พลังเหนือโลก ภาค 1 25 คนชอบสิ่งนี้ 25
- X-Men 2 United ศึกมนุษย์พลังเหนือโลก 15 คนชอบสิ่งนี้ 15
- X-Men III: The Last Stand (2006) เอ็กซ์ เม็น รวมพลังประจัญบาน 13 คนชอบสิ่งนี้ 13
- X MEN 4 Origins Wolverine (2009) กำเนิดวูลฟ์เวอรีน 45 คนชอบสิ่งนี้ 45
- X MEN 5 First Class (2011) เอ็กซ์เมน รุ่น 1 16 คนชอบสิ่งนี้ 16
- X-Men 6 The Wolverine (2013) เอ็กซ์เม็น 6 เดอะวูล์ฟเวอรีน 30 คนชอบสิ่งนี้ 30
- X-Men : Days of Future Past เอ็กซ์-เม็น : สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต 2014 41 คนชอบสิ่งนี้ 41
- X-Men: Apocalypse (2016) เอ็กซ์เม็น อะพอคคาลิปส์ 56 คนชอบสิ่งนี้ 56





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ X-Men Dark Phoenix (2019) เอ็กซ์-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์
รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล