The House of Tomorrow (2017)
สองวัยรุ่นวัยปลายมัธยมรวมพลังฝันให้ไกลกว่าชานเมือง พร้อมแสวงหา “ตัวตน” ระหว่างความเป็นพังค์กับอุดมคติแบบนักฟิวเจอร์ส สุดท้ายแผนของพวกเขาพาไปสู่คำถามใหญ่ที่เปลี่ยนความหมายของโตเป็นผู้ใหญ่
เนื้อเรื่องโดยรวม
ชื่ออังกฤษ: The House of Tomorrow (2017)
ประเภทหนัง: Comedy, Drama
ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกถึงนักฟิวเจอร์ส, ดราฟแมน “The House of Tomorrow” และผู้สร้างอาร์บัคมินสเตอร์ฟุลเลอร์ใจผ่านเรื่องราวของวัยรุ่นสองคนที่วางแผนจะวางตัวกลายเป็นเทพแห่งพังค์และทนมัธยมปลาย 16 ปี บนโลกกับนานาของเขาในสถานที่พักผ่อนวันหยุดที่บ้านโค้งทางภูมิศาสตร์ที่เธอยกเขาในบทเรียนมากมายของครูสอนพิเศษก่อนหน้าของเธอ Buckminster ฟุลเลอร์ด้วยความคาดหวังว่าวันหนึ่งเซบาสเตียนจะถ่ายทอดแสงฟุลเลอร์และปรับปรุงโลก เป็นไปตามที่อาจเป็นไปได้เมื่อนาธานตีจังหวะเซบาสเตียนเริ่มย่องไปรอบ ๆ กับเจเร็ดนักสูบบุหรี่ลูกโซ่วัย 16 ปีที่พังค์ตรึงใจพร้อมกับการปลูกถ่ายหัวใจที่อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองด้วยหนังสือพระคัมภีร์ เมเรดิ ธ น้องสาวของโรงเรียนมัธยม เซบาสเตียนและจาเร็ดสร้างวงดนตรีและด้วยจินตนาการของนานาความสัมพันธ์ที่แท้จริงครั้งแรกของเขาและความสามารถในการชุมนุมปรากฏในคำถามเซบาสเตียนจะต้องเลือกว่าเขาต้องการที่จะเปลี่ยนเป็น
Buckminster Fuller ต่อไปนี้ Sid Vicious หรืออะไรบางอย่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เนื้อเรื่องแบบไม่สปอยล์
The House of Tomorrow เล่าเรื่องวัยรุ่นสองคนที่พยายามสร้างภาพอนาคตแบบตัวเอง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่งอกงาม จินตนาการที่คม และบรรยากาศชานเมืองที่ดูเรียบแต่ซ่อนแรงกดดันไว้ลึกๆ พวกเขาเริ่มจากการคิดเล่นและความหมกมุ่นทางวัฒนธรรม ก่อนค่อยๆ พาเรื่องไปไกลกว่าที่ใครคาดคิด
เมื่อความฝันของ “การเป็นมากกว่าเดิม” เริ่มปะทุ ทั้งเรื่องความรัก เพื่อน วงดนตรี และแรงบันดาลใจที่ผูกกับชื่อในหัว ความลังเลจึงไม่ใช่แค่เรื่องดนตรีหรือท่าที แต่คือการตัดสินใจว่าจะยึดอะไรเป็นหลักในการใช้ชีวิต ขณะความคิดแบบอนาคตปะทะกับความเป็นตัวตนแบบพังค์
ก่อนดูเรื่องนี้ควรรู้อะไรบ้าง
เรื่องเปิดด้วยบรรยากาศการวางแผนและการแสดงบทบาทของวัยรุ่นที่อยากเป็นคนสำคัญของโลก พวกเขานัดหมายกัน ลองผิดลองถูก และใช้ความคิดสุดโต่งเป็นอาวุธ ทั้งเพื่อดึงดูดกัน สร้างวงดนตรี และท้าทายกรอบเดิมๆ ที่โรงเรียนและสังคมยัดเยียดไว้
ความสัมพันธ์เริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อแรงปรารถนาที่จะ “ข้ามเส้น” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฝ่ายหนึ่งมองอนาคตผ่านอุดมคติและแสงสว่างที่อยากนำพาโลก ขณะที่อีกฝ่ายยึดความดื้อด้านแบบพังค์และเสน่ห์ของความแตกต่าง เรื่องจึงไหลไปพร้อมคำถามว่า การกลายเป็น “สิ่งที่ฝัน” ต้องแลกกับอะไรบ้าง
องค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ
จุดเด่นอยู่ที่การผสานคอมเมดี้-ดราม่าเข้าด้วยกันอย่างเนียน บรรยากาศชานเมืองถูกใช้เป็นฉากให้ความคิดแบบอนาคตและพลังพังค์ตัดกันอย่างมีสีสัน ขณะการเล่าเรื่องให้พื้นที่กับอารมณ์วัยรุ่นทั้งความหวัง ความอาย และความดื้อ ทำให้ผู้ชมอินกับการค้นหาตัวตนแบบไม่ยึดสูตรสำเร็จ
รีวิวภาพรวมแบบเข้าใจง่าย
The House of Tomorrow เป็นหนังที่ชวนยิ้มแล้วค่อยๆ รู้สึกหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องราวการค้นหาตัวตนผ่านดนตรี วัฒนธรรม และความสัมพันธ์แบบวัยรุ่น จุดสังเกตคือธีมจะค่อนข้าง “คิดเป็นภาพ” และเล่นกับไอเดียล้ำๆ ทำให้คนดูที่คาดหวังความตรงไปตรงมาของพล็อตอาจต้องปรับจังหวะการรับชม
โดยรวมแล้วหนังให้ความบันเทิงแบบคอมเมดี้พอให้ผ่อนคลาย แต่ก็ทิ้งประเด็นให้ขบคิด เหมาะสำหรับผู้ชมสายอินกับอารมณ์โตช้าๆ และชอบตัวละครที่ขับเคลื่อนด้วยความฝันมากกว่าคำตอบ
ข้อมูลหนัง
- ชื่อหนัง: The House of Tomorrow (2017)
- รางวัล: 1 win & 1 nomination.
- ประเทศ: USA
- ความยาว: 85 min
- เรตอายุผู้ชม: Not Rated
- วันเข้าฉาย: 20 Jun 2019





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ The House of Tomorrow (2017)
รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล