Ong-bak 2 (2008) องค์บาก 2

เทียนถูกทำนายว่าความรุนแรงจะพาโศกนาฏมาเยือน แต่กลับต้องเลือกเส้นทางระหว่างความแค้นกับการเป็นผู้สืบทอด “นาฏยุทธ” เรื่องแอ็กชันผสานโขนที่เข้มข้น ดุดัน และมีจังหวะเฉพาะตัว

Ong-bak 2 (2008) องค์บาก 2
6.2

เนื้อเรื่องโดยรวม

ชื่อไทย : องค์บาก 2
ชื่ออังกฤษ : Ong-bak 2 (2008) 
ประเภทหนัง :  Action

โขนคือนาฏศิลป์ชั้นสูงที่ลึกลับและเก่าแก่ที่สุด ได้ถือกำเนิดขึ้นมา สืบต่อเล่าขานกันว่ายังมีแม่ไม้มวยไทยและเหล่าสรรพาศาตราวุธไทยโบราณ อันทรงอานุภาพอีกมากที่สูญหายไปตามกาลเวลา และบ้างถูกเก็บกักซ่อนเร้น อนุรักษ์สืบสานต่อทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ครั้งแรกที่คนทั้งโลกจะได้สัมผัสกับอานุภาพแห่งการต่อสู้ นาฏยุทธ ที่ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่าง นาฏศิลป์โขน และ ศิลปะการต่อสู้ได้อย่างกลมกลืน ลงตัว และไม่เคยปรากฎมาก่อน ว่ากันว่า ณ จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า ทุกชีวิตล้วนต่างถือกำเนิดและดำเนินไปภายใต้เส้นแห่งโชคชะตาที่ถูกขีดเขียนไว้แล้วจากใครบางคนที่อยู่เบื้องบน เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของเทียน เด็กหนุ่มที่ถือกำหนดในฤกษ์พระกาฬ คืนวันอังคาร ขึ้นเก้าค่ำ เดือนเก้า ปีขาล บุตรชายเพียงคนเดียวของขุนสีหเดโช(สันติสุข พรหมศิริ)นายทหารผู้ซื่อสัตย์ซึ่งจงรักภักดีต่อเหนือหัวและปกป้องผืนแผ่นดินจากเหล่าผู้ฉ้อฉลและคนทรยศ จากคำทำนายของพระครูปั้น เมื่อใดก็ตามที่เด็กหนุ่มเติบใหญ่ภายใต้วังวนแห่งคมดาบ และกลิ่นคาวเลือด จะนำมาซึ่งความสูญเสียของชีวิตและเลือดเนื้อของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ขุนสีหเดโช สั่งห้ามมิให้ เทียนแตะต้องเหล่าสรรพวุธใดใด และส่งตัวไปให้ครูบัว(นิรุตติ์ ศิริจรรยา)เพื่อนสนิทซึ่งต่างเป็นลูกศิษย์ของพระครูปั้นเช่นเดียวกัน ช่วยบ่มเพาะสมาธิ เรียนรู้การหัดฝึกจิตให้นิ่ง และศึกษาในด้านวิชาโขนนาฏศิลป์ชั้นสูงซึ่งถือกำเนิดมาก่อนพุทธศตวรรษที่ 16 และการจัดหาสมุนไพรในการใช้ปรุงยาแทนโดยมีพิมลูกสาวของครูบัวคอยให้ความช่วยเหลือ และมีไอ้เหม็น (หม่ำ จ๊กมก) เป็นเพื่อนเล่น แต่ดูเหมือนว่าชะตาเมื่อถูกลิขิตแล้ว ยากนักที่จะเปลี่ยนแปลง เพียงเพื่ออำนาจและความต้องการครองความเป็นใหญ่ พระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ตัดสินใจวางแผนลอบสังหารขุนสีหเดโชทั้งครอบครัว พร้อมเหล่าทหารที่จงรักภักดีชนิดขุนรากถอนโคนด้วยตนเอง เพียงทว่าฟ้ายังมีตา ทำให้เทียนเล็ดรอดจากการสังหารหมู่อย่างหวุดหวิดพร้อมพกเอาความคลั่งแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ระหว่างทาง เทียน ได้พบกับ เชอนัง (สรพงษ์ ชาตรี)หัวหน้ากองโจรผาปีกครุฑผู้ยิ่งใหญ่ช่วยชีวิตจากเหล่าพ่อค้าทาสและยักษ์ขมุจอมโหด โดยสังเกตุเห็นแววตาความเป็นนักฆ่าและความสามารถในการต่อสู้ที่แฝงเร้น จึงยื่นข้อเสนอให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองโจร พร้อมกับรับไปเป็นลูกบุญธรรม ให้การชุบเลี้ยงฝึกฝนเหล่าสรรพวิชาอาวุธในการต่อสู้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า หมัดมวย การใช้เวทย์มนต์คาถา การใช้สรรพวุธทุกชนิด ดาบ กระบอง วิชากล การใช้ระเบิด ฯลฯ จากเหล่าปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชา เพียงทว่า เมื่อถึงจุดหนึ่ง ที่เรียกกันว่า จุดพลิกผันในชีวิต เจ้าแห่งชะตาชีวิตจักเป็นผู้กำหนดเส้นทางแห่งชีวิตสืบต่อไปด้วยตนเอง เมื่อนั้นความดีและความเลวที่สถิตย์อยู่ในตัวตนของแต่ละบุคคลจักทำหน้าที่ของมันสืบต่อไป” วันเวลาผ่านไป เทียน(จา พนม ยีรัมย์)เติบใหญ่กลายเป็นหนุ่ม เป็นที่ยอมรับและเป็นกำลังสำคัญของหมู่กองโจรผาปีกครุตที่เข้าร่วมในการปฏิบัติภารกิจสำคัญทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสามารถสยบช้างงาดำ ช้างศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าชุมโจรให้ความเคารพและสักการะ ในขณะเดียวกันกับที่เชอนังเองตั้งใจที่จะมอบตำแหน่งหัวหน้ากองโจรเพื่อให้เทียนเป็นผู้รับหน้าที่สืบทอดต่อไป เพียงทว่า ณ ช่วงเวลานี้มีเพียงภารกิจเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่เทียนจักต้องทำคือการขจัดความคลั่งแค้นที่มันสุมอกและท่วมท้นอยู่ในจิตใจมาโดยตลอดนั้นคือการมุ่งหน้าเพื่อสังหารเจ้าพระยาราชเสนาด้วยน้ำมือตนเอง แต่ดูเหมือนว่าแผนที่เทียนวางไว้จะไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิด ความเยาว์และความรุ่มร้อน หาได้เพียงพอต่อการหยั่งรู้ จิตมนุษย์ยากเร้นเกิดหยั่งถึง แผนการทั้งหมดหาได้รอดพ้นจากหูตาของ

เนื้อเรื่องแบบไม่สปอยล์
เมื่อการลอบสังหารครอบครัวบังคับให้เทียนหนีเอาตัวรอด เขาได้พบกับเชอนัง หัวหน้ากองโจรผาปีกครุฑที่มองเห็นแววของนักสู้ซ่อนอยู่ในตัว พร้อมรับเขาเป็นลูกบุญธรรมและชุบเลี้ยงให้ฝึกทั้งศิลปะการต่อสู้ เวทมนตร์ และอาวุธสารพัดแบบภายใต้เหล่าปรมาจารย์

ท่ามกลางภารกิจของกองโจรและการเติบโตที่ยากจะหนีพ้น “ชะตา” เทียนค่อย ๆ ถูกผลักให้ยืนอยู่ตรงจุดสำคัญของชีวิต การจัดการกับความคลั่งแค้นที่ฝังลึก และการตัดสินใจว่าจะเชื่อฟังคำทำนายหรือเขียนทางของตัวเองต่อไป

ก่อนดูเรื่องนี้ควรรู้อะไรบ้าง
หลังจากชีวิตพลิกผัน เทียนใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนัก ทั้งการเคลื่อนไหวแบบนักขับเคลื่อนด้วยจังหวะคมกริบ การต่อสู้มือเปล่าและอาวุธจริงจัง รวมถึงศิลป์เชิงนาฏศิลป์ที่ทำให้การต่อสู้ไม่ใช่แค่ดุดัน แต่ “มีรูปแบบ” ในแบบของมันเอง เขายังต้องอยู่ร่วมกับคนที่มีทั้งอุดมการณ์และเป้าหมายต่างกันในกองโจรผาปีกครุฑ

เมื่อเทียนกลายเป็นกำลังสำคัญในภารกิจใหญ่ ความคิดเรื่องการล้างแค้นก็ยิ่งเข้มขึ้น เขาต้องเผชิญการทดสอบทั้งจากศัตรูและความรู้สึกในใจ เพราะแผนที่วางไว้ค่อย ๆ ไม่เป็นไปตามที่คิด จนต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันของทั้งอดีตและอนาคตที่เหมือนถูกเดินหมากไว้แล้ว

องค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ
จุดเด่นอยู่ที่การผสาน “นาฏศิลป์โขน” เข้ากับการต่อสู้ให้กลายเป็นภาษากายเดียวกัน ทำให้ฉากแอ็กชันมีมิติทั้งความสง่าและความโหดในเวลาเดียวกัน อีกทั้งเรื่องเดินด้วยความกดดันของคำทำนายและแรงแค้นที่ค่อย ๆ ไต่ระดับ ทำให้ยิ่งดูยิ่งลุ้นว่าความตั้งใจของเทียนจะพาเขาไปชนกับชะตาอย่างไร

รีวิวภาพรวมแบบเข้าใจง่าย
องค์บาก 2 เป็นแอ็กชันที่ให้ความรู้สึก “ยิ่งกว่าการชก” เพราะออกแบบการเคลื่อนไหวให้สื่ออารมณ์และโครงเรื่องคำทำนายไปพร้อมกัน ฉากต่อสู้มีความหนาแน่นและมีเอกลักษณ์จากจังหวะศิลปะ ทำให้คนชอบแอ็กชันจะได้เพลิดเพลิน แต่คนดูที่ไม่คุ้นกับบรรยากาศตำนาน-คำทำนายอาจต้องใช้เวลาปรับจังหวะเล็กน้อยเพื่อเข้าใจความเชื่อมโยงของเหตุการณ์

เหมาะกับผู้ชมที่มองหาเรื่องแอ็กชันจัดเต็มพร้อมกลิ่นอายวัฒนธรรม และสนุกกับการดู “ภาษากาย” ที่เอานาฏศิลป์มาทำให้เป็นการต่อสู้ ไม่ได้เน้นชิลแต่เน้นความตึงและอารมณ์ของตัวละครเป็นหลัก

ข้อมูลหนัง

  • ชื่อหนัง: Ong-bak 2 (2008) องค์บาก 2

หนังภาคอื่นที่เกี่ยวข้อง

master888

Texas444

BETSPORT888

ultimate

8xbet74

    โปรดแจ้งให้เราทราบว่าเหตุใดคุณจึงรายงานวิดีโอนี้

@buddy99

@buddy99

ชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่?

คุณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้?

กดได้ 1 ครั้งต่อเครื่อง

คนดูส่วนใหญ่รู้สึกว่า: ชอบ 100%
Liked this
Post navigation

พูดคุยหลังรับชม

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Ong-bak 2 (2008) องค์บาก 2

รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้

กรุณาแสดงความคิดเห็นให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หลีกเลี่ยงการโพสต์ลิงก์ สแปม หรือข้อความไม่เหมาะสม

  • FREEKICK88
  • BETZONE888