6.9

Love and Monsters (2020)

เจ็ดปีหลังโลกพังเพราะหายนะสัตว์ประหลาด โจเอลต้องฝ่าด่านนรกเพื่อกลับไปหาเอมี่ แม้หัวใจยังรัก แต่เส้นทางกลับเต็มไปด้วยอันตรายสุดแปลกและความฮาแบบกัดไม่ปล่อย

Love and Monsters (2020)
6.9

เนื้อเรื่องโดยรวม

  • ชื่ออังกฤษ: Love and Monsters (2020)
  • ประเภทหนัง: Action, Adventure, Comedy

เจ็ดปีหลังจากที่เขารอดชีวิตจากการเปิดเผยของสัตว์ประหลาด “Love and Monsters” โจเอลผู้เคราะห์ร้ายที่น่ารักได้ทิ้งบังเกอร์ใต้ดินอันแสนสบายของเขาไว้เบื้องหลังในภารกิจตามหาอดีตของเขาอีกครั้ง เจ็ดปีหลังจาก Monsterpocalypse Joel Dawson (Dylan
O’Brien) พร้อมด้วยมนุษย์ที่เหลือได้อาศัยอยู่ใต้ดินนับตั้งแต่สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์เข้าครอบครองดินแดน หลังจากกลับมาติดต่อกันอีกครั้งทางวิทยุกับเอมี่ (เจสสิก้า เฮนวิค) แฟนสาวโรงเรียนมัธยมของเขา ซึ่งตอนนี้อยู่ห่างออกไป 80
ไมล์จากอาณานิคมริมชายฝั่ง โจเอลก็เริ่มตกหลุมรักเธออีกครั้ง เมื่อโจเอลตระหนักว่าไม่มีอะไรเหลือให้เขาอยู่ใต้ดินแล้ว เขาจึงตัดสินใจใช้ตรรกะทุกอย่างเพื่อออกไปหาเอมี่ แม้ว่าจะมีสัตว์ประหลาดอันตรายที่ขวางทางเขาอยู่ก็ตาม
การผจญภัยที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยแอ็กชันยังนำแสดงโดย Michael Rooker และ Ariana Greenblatt

การทำลายล้างของดาวเคราะห์น้อยที่มุ่งหน้าสู่โลกทำให้เกิดสารเคมีออกมา ทำให้สัตว์เลือดเย็นกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่และฆ่ามนุษยชาติส่วนใหญ่ ระหว่างการอพยพของแฟร์ฟิลด์ โจเอล ดอว์สันถูกแยกจากแฟนสาวเอมี แต่สัญญาว่าจะตามหาเธอให้พบ
ไม่นานก่อนที่พ่อแม่ของเขาจะถูกฆ่า เจ็ดปีต่อมา โจเอลอาศัยอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดินแห่งหนึ่งที่เรียกว่า “อาณานิคม” ซึ่งผู้รอดชีวิตทุกคนมีแต่เขา จับคู่กันอย่างโรแมนติกในขณะที่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและค้นหาเสบียง
โจเอลกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลังในครัว ในขณะที่เขาหยุดนิ่งในสถานการณ์อันตราย เมื่อมดยักษ์บุกทะลวงอาณานิคมของเขา ฆ่าคอนเนอร์ โจเอลก็ออกเดินทางไปพบกับเอมี่อีกครั้งเพื่อที่เขาจะได้ไม่จบลงเพียงลำพัง เมื่อผ่านเขตชานเมือง
โจเอลถูกสัตว์ประหลาดคางคกยักษ์โจมตีแต่รอดโดยคนจรจัด สุนัขชื่อ “บอย” ซึ่งติดตามโจเอลตลอดการเดินทาง เตือนเขาถึงผลเบอร์รี่มีพิษและอันตรายอื่นๆ โจเอลตกลงไปในรังของหนอนหนอนที่เรียกว่า “แซนด์-ก็อบเบลอร์” เมื่อผู้รอดชีวิตสองคน ไคลด์
ดัทตันและมินโนว์ ช่วยชีวิตเขา พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปทางเหนือสู่ภูเขาซึ่งมีสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่น้อยกว่าเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและระดับความสูงที่สูงขึ้น พวกเขาสอนทักษะการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานให้โจเอล
และไม่ใช่ว่าสัตว์ประหลาดทุกตัวจะเป็นศัตรู โดยแสดงให้เห็นว่า “คุณบอกได้ในสายตาของพวกมันเสมอ” พวกเขาเชิญโจเอลเข้าร่วม แต่เขายืนยันว่าเขาต้องตามหาเอมี่ ขณะที่พวกเขาแยกทาง ไคลด์มอบระเบิดให้โจเอล ทางตะวันตก
เด็กชายถูกสัตว์ประหลาดตะขาบยักษ์ติดกับดัก โจเอลหยุดนิ่ง แต่ในที่สุดก็ช่วยบอยด้วยหน้าไม้ของเขา พักอยู่ในโมเทลร้าง พวกเขาพบกับหุ่นยนต์ชื่อ Mav1s ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมด Mav1s จะเปิดวิทยุให้นานพอที่จะติดต่อกับเอมี่ได้ชั่วครู่
ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ได้มาถึงอาณานิคมของเธอแล้ว โดยสัญญาว่าจะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัย วันรุ่งขึ้นโจเอลและบอยถูกราชินีแซนด์-ก็อบเลอร์โจมตี พวกเขาซ่อนตัว แต่บอยเห่า สละตำแหน่งของพวกเขา โจเอลฆ่าราชินีด้วยระเบิดมือ
เขาตะโกนใส่บอยที่ทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตราย ทำให้บอยวิ่งหนีไป หลังจากว่ายน้ำข้ามสระน้ำ โจเอลก็ถูกปลิงพิษและภาพหลอนปกคลุม แต่ได้รับการช่วยเหลือก่อนที่เขาจะล้มลง

ภาพรวมของเรื่องก่อนรับชม
หลังหายนะ “มอนสเตอร์พ็อกคาไลป์” โจเอลใช้ชีวิตอยู่หลุมหลบภัยกับผู้รอดชีวิต กระทั่งวันหนึ่งเขารู้ตัวว่าไม่มีอะไรให้รั้งอยู่ได้อีก เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางตามหาคนรักในระยะทางไกลถึง 80 ไมล์
ระหว่างทางเขาพบทั้งมิตรและภัยจากสิ่งมีชีวิตยักษ์หลากชนิด ตั้งแต่พื้นที่อันตราย ความเสี่ยงของสารพิษ ไปจนถึงการเอาตัวรอดที่ต้องคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล ท่ามกลางความกดดันที่มีทั้งเสียงหัวเราะและความอบอุ่นคอยประคองหัวใจ

แนวทางของเรื่องก่อนเริ่มรับชม
เรื่องเริ่มจากชีวิตใต้ดินที่เคยปลอดภัยเริ่มสั่นคลอน เมื่อโจเอลถูกผลักให้ต้องเผชิญโลกภายนอกอีกครั้ง เขาพกตรรกะ ความหวัง และสัญญาไว้เต็มกระเป๋า พร้อมสุนัขคู่ใจที่คอยเตือนภัยและชี้ทาง
เมื่อเข้าสู่ดินแดนต่างสภาพอากาศ โจเอลต้องเจอกับสัตว์ประหลาดที่ไม่จำกัดแค่ “ล่า” แต่ยังมีพฤติกรรมที่อ่านยาก บังคับให้เขาปรับตัวตลอดทาง และยิ่งเข้าใกล้จุดหมาย เขายิ่งต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยของตัวเองกับคำสัญญาที่ให้ไว้

จุดเด่นที่น่าจับตามอง
จุดเด่นของเรื่องคือการผสมแอ็กชันผจญภัยเข้ากับอารมณ์ขันแบบไม่ฝืน ทำให้ความโหดของโลกหลังหายนะไม่กลบความหวังของตัวละคร ภาพการเอาตัวรอดเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทั้งการหลบหนี การคาดเดาพฤติกรรมของสัตว์ประหลาด และรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นแบบต่อเนื่อง ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทำให้ทุกฉากลุ้นระทึกยังมีน้ำหนักทางอารมณ์แทรกอยู่ตลอด

สรุปความน่าสนใจของเรื่อง
Love and Monsters เป็นหนังที่จังหวะสนุกกับความตื่นเต้นเดินคู่กันได้ดี แอ็กชันไหลลื่นและความคิดเรื่องการเอาตัวรอดทำให้น่าติดตาม ส่วนอารมณ์ขันช่วยลดทอนความหม่นจนคนดูไม่รู้สึกหนักเกินไป อย่างไรก็ดี บางช่วงอาจรู้สึกเร่งการปูทางความสัมพันธ์หรือรายละเอียดการเดินเรื่องตามอารมณ์การผจญภัยมากกว่าความลึก
เหมาะกับคนที่ชอบหนังเอาชีวิตรอดหลังหายนะ อยากได้ทั้งลุ้นและยิ้ม และยินดีไปกับโทนแฟนตาซีของสัตว์ประหลาดที่ทั้งน่ากลัวและชวนหัวเราะเล็กๆ

ข้อมูลหนัง

6.9
121,737 โหวต, คะแนนเฉลี่ย 6.9 จาก 10
  • ชื่อหนัง: Love and Monsters (2020)
  • รางวัล: Nominated for 1 Oscar. 3 nominations total
  • ประเทศ: Canada, United States, Australia
  • ความยาว: 109 min
  • นักแสดง: Dylan O'Brien, Jessica Henwick, Michael Rooker
  • ผู้กำกับ: Michael Matthews
  • ผู้เขียนบท: Brian Duffield, Matthew Robinson
  • ภาษา: English
  • รายได้รวม: $1,070,714
  • ประเภท: movie
  • เรตอายุผู้ชม: PG-13
  • วันเข้าฉาย: 16 Oct 2020

master888

Texas444

BETSPORT888

ultimate

8xbet74

    โปรดแจ้งให้เราทราบว่าเหตุใดคุณจึงรายงานวิดีโอนี้

@buddy99

@buddy99

ชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่?

คุณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้?

กดได้ 1 ครั้งต่อเครื่อง

คนดูส่วนใหญ่รู้สึกว่า: ชอบ 100%
Liked this
Post navigation

พูดคุยหลังรับชม

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Love and Monsters (2020)

รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้

กรุณาแสดงความคิดเห็นให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หลีกเลี่ยงการโพสต์ลิงก์ สแปม หรือข้อความไม่เหมาะสม

  • FREEKICK88
  • BETZONE888