6.9

I’m a Cyborg, But That’s OK (2006) ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก

ตลกร้ายปนความหวังในโลกของหุ่นที่ดันใจเต้นเหมือนคน

I'm a Cyborg, But That's OK (2006) ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก
6.9

เนื้อเรื่องโดยรวม

  • ชื่อไทย: ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก
  • ชื่ออังกฤษ: I’m a Cyborg, But That’s OK (2006)
  • ประเภทหนัง:Comedy, Drama, Romance

“I’m a Cyborg, But That’s OK” หญิงสาวผู้คิดว่าตัวเองเป็นไซบอร์กต่อสู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต ซึ่งเธอได้พบกับคนโรคจิตคนอื่นๆ ในที่สุดเธอก็ตกหลุมรักชายผู้คิดว่าตัวเองสามารถขโมยวิญญาณของผู้คนได้

หญิงสาวผู้เชื่อว่าตัวเองเป็นไซบอร์กได้ยินเสียงและทำร้ายตัวเองขณะทำงานผลิตวิทยุ “ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก” เธอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต โดยที่เธอไม่กินอะไรเลยและพูดคุยกับสิ่งไม่มีชีวิต เธอคือยองกุน
หลานสาวของผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองเป็นหนู (และยองกุนใส่ฟันปลอม) และแม่ที่เป็นคนขายเนื้อที่ไม่ค่อยมีมารยาททางสังคม ยองกุนได้รับความสนใจจากอิลซุน คนไข้ที่เล่นปิงปองในโรงพยาบาล ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะให้เธอกิน เขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่?
สติสัมปชัญญะอยู่ทางไหน?

เล่าเรื่องคร่าว ๆ แบบไม่สปอยล์
เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตภายใต้ความเชื่อว่าตนเป็นหุ่นยนต์ ทั้งที่ความรู้สึกและความอยากมีชีวิตก็ยังพุ่งพล่านอยู่ เขาพยายามเข้าใจตัวเองและโลกไปพร้อมกับการรับมือคนรอบข้างที่มองเห็น “ความปกติ” ไม่เหมือนกัน ทุกอย่างกลายเป็นสนามของความหมาย ความรัก และการยอมรับ ที่ทำให้คำว่าเป็นบ้าไม่ได้แปลว่าไม่มีหัวใจ

ข้อมูลที่ช่วยให้ดูสนุกขึ้น
ตัวเอกใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ราวกับทุกการเคลื่อนไหวต้องอยู่ในกรอบที่ “ควบคุมได้” แต่ขณะเดียวกัน เขาก็เผชิญกับความรู้สึกที่ไม่ยอมเข้ารูป ไม่ว่าความกลัว ความเหงา หรือความต้องการความใกล้ชิดจากใครสักคน จะถาโถมเมื่อไรก็ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอด

ระหว่างการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนและเหตุการณ์ที่ทำให้แผนของเขาเริ่มสั่นคลอน เขาค่อยๆ สังเกตเห็นว่า “การเป็นคน” ไม่ได้วัดด้วยความถูกต้องของความเชื่อเท่านั้น การตัดสิน การล้อเลียน และการช่วยเหลือ มีทั้งด้านที่ทำร้ายและด้านที่พยุงให้ก้าวต่อไปได้

เมื่อความสัมพันธ์ค่อยๆ เกิดขึ้น ทั้งความไว้ใจและความเข้าใจผิดก็ผลัดกันเปิดแผลเดิมและเยียวยาใหม่ เรื่องดำเนินด้วยจังหวะที่ทั้งขมและขำในทีเดียว จนพาความคิดของผู้ชมไปไกลกว่าคำว่าอาการหรือฉลาก ไปสู่คำถามง่ายๆ ว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรในวันที่ใจไม่ยอมเป็นไปตามที่ใครคาดหวัง

ความโดดเด่นที่ช่วยพยุงเรื่อง
หนังใช้มุมมองของ “ความเป็นหุ่น” เป็นฉากตั้งคำถามเรื่องอารมณ์ ความรัก และศักดิ์ศรี โดยไม่ทำให้ตัวละครเป็นเพียงตัวตลก ความตึงของบทสนทนาและจังหวะเงียบถูกใช้เพื่อให้เห็นความเปราะบางของคนที่พยายามทำตัวให้ถูกต้อง และยังแทรกอารมณ์ขันแบบตลกร้ายที่ช่วยพยุงไม่ให้เรื่องหนักเกินไป

ภาพรวมหลังรับชม
I’m a Cyborg, But That’s OK เลือกเล่าเรื่องด้วยการตั้งคำถามมากกว่าการชี้คำตอบ ความน่าสนใจอยู่ที่การปะทะกันระหว่าง “กรอบความคิด” กับ “ความรู้สึกที่หนีไม่พ้น” ทำให้เรื่องดูเฉพาะตัวและมีอารมณ์คมๆ แบบตลกร้าย อย่างไรก็ตาม ใครที่คาดหวังความชัดเจนหรือจังหวะเล่าแบบตรงไปตรงมาอาจต้องใช้เวลา เพราะหนังปล่อยให้ผู้ชมค่อยๆ อ่านความหมายจากอารมณ์มากกว่าข้อมูล แต่ถ้าชอบงานที่กล้าพูดเรื่องความเปราะบางด้วยภาษาที่ทั้งขำและเจ็บ เรื่องนี้จะทิ้งรอยคิดไว้พอสมควร

ข้อมูลหนัง

6.9
26,625 โหวต, คะแนนเฉลี่ย 6.9 จาก 10
  • ชื่อหนัง: I’m a Cyborg, But That’s OK (2006) ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก
  • รางวัล: 9 wins & 8 nominations total
  • ประเทศ: South Korea
  • ความยาว: 107 min
  • นักแสดง: Lim Soo-jung, Rain, Park Byeong-eun
  • ผู้กำกับ: Park Chan-wook
  • ผู้เขียนบท: Park Chan-wook, Chung Seo-kyung
  • ภาษา: Korean
  • ประเภท: movie
  • เรตอายุผู้ชม: Not Rated
  • วันเข้าฉาย: 07 Dec 2006

master888

Texas444

BETSPORT888

ultimate

8xbet74

    โปรดแจ้งให้เราทราบว่าเหตุใดคุณจึงรายงานวิดีโอนี้

@buddy99

@buddy99

ชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่?

คุณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้?

กดได้ 1 ครั้งต่อเครื่อง

คนดูส่วนใหญ่รู้สึกว่า: ชอบ 100%
Liked this
Post navigation

พูดคุยหลังรับชม

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ I’m a Cyborg, But That’s OK (2006) ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก

รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้

กรุณาแสดงความคิดเห็นให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หลีกเลี่ยงการโพสต์ลิงก์ สแปม หรือข้อความไม่เหมาะสม

  • FREEKICK88
  • BETZONE888