I’m a Cyborg, But That’s OK (2006) ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก
ตลกร้ายปนความหวังในโลกของหุ่นที่ดันใจเต้นเหมือนคน
เนื้อเรื่องโดยรวม
- ชื่อไทย: ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก
- ชื่ออังกฤษ: I’m a Cyborg, But That’s OK (2006)
- ประเภทหนัง:Comedy, Drama, Romance
“I’m a Cyborg, But That’s OK” หญิงสาวผู้คิดว่าตัวเองเป็นไซบอร์กต่อสู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต ซึ่งเธอได้พบกับคนโรคจิตคนอื่นๆ ในที่สุดเธอก็ตกหลุมรักชายผู้คิดว่าตัวเองสามารถขโมยวิญญาณของผู้คนได้
หญิงสาวผู้เชื่อว่าตัวเองเป็นไซบอร์กได้ยินเสียงและทำร้ายตัวเองขณะทำงานผลิตวิทยุ “ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก” เธอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต โดยที่เธอไม่กินอะไรเลยและพูดคุยกับสิ่งไม่มีชีวิต เธอคือยองกุน
หลานสาวของผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองเป็นหนู (และยองกุนใส่ฟันปลอม) และแม่ที่เป็นคนขายเนื้อที่ไม่ค่อยมีมารยาททางสังคม ยองกุนได้รับความสนใจจากอิลซุน คนไข้ที่เล่นปิงปองในโรงพยาบาล ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะให้เธอกิน เขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่?
สติสัมปชัญญะอยู่ทางไหน?
เล่าเรื่องคร่าว ๆ แบบไม่สปอยล์
เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตภายใต้ความเชื่อว่าตนเป็นหุ่นยนต์ ทั้งที่ความรู้สึกและความอยากมีชีวิตก็ยังพุ่งพล่านอยู่ เขาพยายามเข้าใจตัวเองและโลกไปพร้อมกับการรับมือคนรอบข้างที่มองเห็น “ความปกติ” ไม่เหมือนกัน ทุกอย่างกลายเป็นสนามของความหมาย ความรัก และการยอมรับ ที่ทำให้คำว่าเป็นบ้าไม่ได้แปลว่าไม่มีหัวใจ
ข้อมูลที่ช่วยให้ดูสนุกขึ้น
ตัวเอกใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ราวกับทุกการเคลื่อนไหวต้องอยู่ในกรอบที่ “ควบคุมได้” แต่ขณะเดียวกัน เขาก็เผชิญกับความรู้สึกที่ไม่ยอมเข้ารูป ไม่ว่าความกลัว ความเหงา หรือความต้องการความใกล้ชิดจากใครสักคน จะถาโถมเมื่อไรก็ทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอด
ระหว่างการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนและเหตุการณ์ที่ทำให้แผนของเขาเริ่มสั่นคลอน เขาค่อยๆ สังเกตเห็นว่า “การเป็นคน” ไม่ได้วัดด้วยความถูกต้องของความเชื่อเท่านั้น การตัดสิน การล้อเลียน และการช่วยเหลือ มีทั้งด้านที่ทำร้ายและด้านที่พยุงให้ก้าวต่อไปได้
เมื่อความสัมพันธ์ค่อยๆ เกิดขึ้น ทั้งความไว้ใจและความเข้าใจผิดก็ผลัดกันเปิดแผลเดิมและเยียวยาใหม่ เรื่องดำเนินด้วยจังหวะที่ทั้งขมและขำในทีเดียว จนพาความคิดของผู้ชมไปไกลกว่าคำว่าอาการหรือฉลาก ไปสู่คำถามง่ายๆ ว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรในวันที่ใจไม่ยอมเป็นไปตามที่ใครคาดหวัง
ความโดดเด่นที่ช่วยพยุงเรื่อง
หนังใช้มุมมองของ “ความเป็นหุ่น” เป็นฉากตั้งคำถามเรื่องอารมณ์ ความรัก และศักดิ์ศรี โดยไม่ทำให้ตัวละครเป็นเพียงตัวตลก ความตึงของบทสนทนาและจังหวะเงียบถูกใช้เพื่อให้เห็นความเปราะบางของคนที่พยายามทำตัวให้ถูกต้อง และยังแทรกอารมณ์ขันแบบตลกร้ายที่ช่วยพยุงไม่ให้เรื่องหนักเกินไป
ภาพรวมหลังรับชม
I’m a Cyborg, But That’s OK เลือกเล่าเรื่องด้วยการตั้งคำถามมากกว่าการชี้คำตอบ ความน่าสนใจอยู่ที่การปะทะกันระหว่าง “กรอบความคิด” กับ “ความรู้สึกที่หนีไม่พ้น” ทำให้เรื่องดูเฉพาะตัวและมีอารมณ์คมๆ แบบตลกร้าย อย่างไรก็ตาม ใครที่คาดหวังความชัดเจนหรือจังหวะเล่าแบบตรงไปตรงมาอาจต้องใช้เวลา เพราะหนังปล่อยให้ผู้ชมค่อยๆ อ่านความหมายจากอารมณ์มากกว่าข้อมูล แต่ถ้าชอบงานที่กล้าพูดเรื่องความเปราะบางด้วยภาษาที่ทั้งขำและเจ็บ เรื่องนี้จะทิ้งรอยคิดไว้พอสมควร
ข้อมูลหนัง
- ชื่อหนัง: I’m a Cyborg, But That’s OK (2006) ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก
- รางวัล: 9 wins & 8 nominations total
- ประเทศ: South Korea
- ความยาว: 107 min
- นักแสดง: Lim Soo-jung, Rain, Park Byeong-eun
- ผู้กำกับ: Park Chan-wook
- ผู้เขียนบท: Park Chan-wook, Chung Seo-kyung
- ภาษา: Korean
- ประเภท: movie
- เรตอายุผู้ชม: Not Rated
- วันเข้าฉาย: 07 Dec 2006





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ I’m a Cyborg, But That’s OK (2006) ถึงจะบ้า ก็บ้า ร้าก
รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล