Driving Miss Daisy (1989) สู่มิตรภาพ ณ ปลายฟ้า
เรื่องราวดราม่าชวนคิดว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความไม่พอใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพ ผ่านมุมมองของ “มิสเดซี่” และคนขับรถของเธอท่ามกลางอคติในสังคมอเมริกัน
เนื้อเรื่องโดยรวม
ชื่อไทย: สู่มิตรภาพ ณ ปลายฟ้า
ชื่ออังกฤษ: Driving Miss Daisy (1989)
ประเภทหนัง: Drama
หญิงชราชาวยิวและคนขับรถชาวแอฟริกัน อเมริกันของเธอในอเมริกาใต้มีความสัมพันธ์ที่เติบโตและดีขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในปีพ. ศ. 2491 เดซี่เวอร์ธานหรือมิสเดซี่ (เจสสิกาแทนดี้) “สู่มิตรภาพ ณ ปลายฟ้า” เศรษฐีชาวยิวอายุ 72 ปีเป็นม่าย ครูโรงเรียนที่เกษียณแล้วอาศัยอยู่คนเดียวในแอตแลนตาจอร์เจียยกเว้นแม่บ้านผิวดำ “Driving Miss Daisy” เมื่อมิสเดซี่ขับรถไครสเลอร์วินด์เซอร์ของเธอในปีพ. ศ. 2489 ไปที่สวนเพื่อนบ้านของเธอ Boolie (Dan Aykroyd) ลูกชายวัย 40 ปีของเธอซื้อรถจัตวาฮัดสันปี 1949 และจ้าง Hoke Colburn (Morgan Freeman) ซึ่งเป็นคนขับรถสีดำ ในตอนแรกมิสเดซี่ปฏิเสธที่จะให้ใครมาขับไล่เธอ แต่ค่อยๆยอมรับข้อตกลงดังกล่าวเมื่อมิสเดซี่และโฮคใช้เวลาร่วมกันเธอก็ได้รับความชื่นชมจากทักษะมากมายของเขา หลังจาก Idella เสียชีวิตในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2506 แทนที่จะจ้างแม่บ้านคนใหม่ Miss Daisy ตัดสินใจดูแลบ้านของตัวเองและให้ Hoke ทำอาหารและขับรถภาพยนตร์เรื่องนี้สำรวจการเหยียดเชื้อชาติต่อคนผิวดำซึ่งส่งผลกระทบต่อโฮคเป็นการส่วนตัว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังกล่าวถึงการต่อต้านชาวยิวในภาคใต้ หลังจากที่โบสถ์ของเธอถูกระเบิดมิสเดซี่ก็ตระหนักว่าเธอเองก็เป็นเหยื่อของอคติเช่นกัน แต่สังคมอเมริกันกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและมิสเดซี่เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งดร. มาร์ตินลูเธอร์คิงกล่าวสุนทรพจน์
เล่าเรื่องคร่าว ๆ แบบไม่สปอยล์
มิสเดซี่ วัย 72 ปี เศรษฐีชาวยิวผู้เกษียณแล้วอาศัยอยู่ตามลำพังในแอตแลนตา ขณะที่ชีวิตประจำวันของเธอพึ่งพาการตัดสินใจของคนขับรถมากขึ้น เธอจึงเริ่มยอมให้ Hoke คนขับรถชาวแอฟริกันอเมริกันเข้ามาช่วยดูแลแม้ในช่วงแรกจะเต็มไปด้วยความระแวงและกฎเกณฑ์ของผู้เป็นนาย
เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนค่อยๆ เรียนรู้กันผ่านการเดินทาง เรื่องราวในบ้าน และจังหวะชีวิตที่กดทับด้วยการเหยียด ทั้งต่อคนผิวดำและต่อชาวยิว พร้อมคำถามสำคัญว่า “อคติ” จะสลายได้ด้วยการอยู่ร่วมกันจริงหรือไม่
ข้อมูลที่ช่วยให้ดูสนุกขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างมิสเดซี่กับ Hoke ไม่ได้เริ่มสวยงาม เธอพยายามรักษาความเป็นตัวเองและควบคุมทุกอย่าง แต่การใช้เวลาร่วมกันอย่างต่อเนื่องกลับทำให้มิสเดซี่เห็นถึงความสามารถ ความมีน้ำใจ และความเป็นคนของคนขับรถมากกว่าป้ายกำกับที่สังคมโยนให้
หลังจากเหตุการณ์บางอย่างเขย่าความรู้สึกของเธอ มิตรภาพก็เริ่มมีน้ำหนักขึ้น ขณะเดียวกันประเด็นการเหยียดและการต่อต้านก็สะท้อนให้เห็นชัดขึ้นว่าอคติไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการเปลี่ยนแปลงของสังคมกำลังเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ในชีวิตจริง
ความโดดเด่นที่ช่วยพยุงเรื่อง
หนังเดินเรื่องด้วยจังหวะละมุนแต่เจ็บคม ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็น “กระจก” สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติและศาสนา งานภาพและโทนเรียบง่ายทำให้บทสนทนากลายเป็นแกนหลักของอารมณ์ ขณะเดียวกันก็มีช่วงที่ซ่อนความตึงเครียดไว้ใต้ความสุภาพของตัวละคร
ภาพรวมหลังรับชม
ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบดราม่าแบบเล่าเรื่องเป็นชั้นๆ เน้นตัวละครและความเปลี่ยนแปลงภายในมากกว่าความอลังการ ข้อดีคือบทสนทนาและความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ คลี่จากความต่างไปสู่การเข้าใจกัน อย่างไรก็ตามบางช่วงอาจรู้สึกช้าตามสไตล์หนังคลาสสิก แต่ความลึกของประเด็นอคติทำให้ยังน่าติดตาม
โดยรวมเป็นหนังที่ทั้งสะเทือนใจและให้ความคิด เหมาะมากถ้าคุณอยากดูเรื่องที่พูดเรื่องความเป็นมนุษย์และความเคารพต่อกันผ่านมิตรภาพที่เริ่มไม่ราบรื่น
ข้อมูลหนัง
- ชื่อหนัง: Driving Miss Daisy (1989) สู่มิตรภาพ ณ ปลายฟ้า
- รางวัล: Won 4 Oscars. Another 17 wins & 24 nominations.
- ประเทศ: USA
- ความยาว: 99 min
- เรตอายุผู้ชม: PG
- วันเข้าฉาย: 26 Jan 1990





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Driving Miss Daisy (1989) สู่มิตรภาพ ณ ปลายฟ้า
รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล