6.8

Devotion (2022)

เรื่องของร้อยโทกับนักบินผู้ท้าทายขอบเขต ทั้งในท้องฟ้าสงครามและในชีวิตที่ต้องพิสูจน์ศักดิ์ศรี ท่ามกลางอคติ ความกดดัน และการตัดสินใจที่เดิมพันด้วยหลายชีวิต

Devotion (2022)
6.8

เนื้อเรื่องโดยรวม

  • ชื่ออังกฤษ: Devotion (2022)
  • ประเภทหนัง: Action, Drama, War

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2493 ร้อยโททอม “Devotion” ฮัดเนอร์ย้ายไปประจำกองบินขับไล่ที่ 32 (VF-32) ที่สถานีการบินนาวี Quonset Point ซึ่งเขาได้พบกับ Ensign Jesse Brown ซึ่งเป็นสมาชิกแอฟริกันอเมริกันคนเดียวของหน่วย ฮัดเนอร์เข้ากันได้ดีในฝูงบิน
ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็น F4U-4 Corsairs ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ทรงพลังและมีชื่อเสียงในด้านอุบัติเหตุร้ายแรงหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม หลังจากรถของบราวน์เสีย ฮัดเนอร์ก็เริ่มให้เขาขี่ และในที่สุดก็ได้พบกับเดซี ภรรยาของเขาและแพม
ลูกสาวคนเล็กของพวกเขา ครอบครัวบราวน์กำลังไปได้ด้วยดี แต่ต้องต่อสู้กับเพื่อนบ้านที่เหยียดผิว และบราวน์ใช้วิธีตะโกนเหยียดหยามเหยียดผิวใส่ตัวเองในกระจกเพื่อเป็นแรงจูงใจก่อนปฏิบัติภารกิจ

VF-32 ผ่านการทดสอบการขนส่งกับ Corsair และถ่ายโอนไปยัง USS Leyte ซึ่งประจำการอยู่ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อยับยั้งการรุกรานของโซเวียต ก่อนที่พวกเขาจะจากไป เดซี่ให้สัญญากับฮัดเนอร์ว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเจสซี่ ในระหว่างการเดินทาง Mohring
สมาชิกฝูงบินเสียชีวิตในอุบัติเหตุขณะพยายามนำ Corsair ลงจอด ฮัดเนอร์ตั้งคำถามว่าทำไมมอห์ริงไม่ทำตามคำสั่ง แต่บราวน์อธิบายว่าคนเราไม่สามารถทำตามคำสั่งได้เสมอไป ถ้าบราวน์ทำตามที่เขาบอกเพียงอย่างเดียว เขาจะถูกหยุดตั้งแต่เนิ่นๆ
ในอาชีพการงานของเขาโดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคนที่ต้องการให้เขาล้มเหลว หน่วยนี้ออกจากฝั่งในเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ที่ซึ่งบราวน์พบนักแสดงหญิงเอลิซาเบธ เทย์เลอร์บนชายหาดและได้รับคำเชิญให้กองเรือไปที่คาสิโน ทำให้พวกเขาประทับใจ
หลังจากที่ฮัดเนอร์ทะเลาะกับนาวิกโยธินที่เคยรังควานบราวน์อย่างเมามันส์ บราวน์บอกฮัดเนอร์ว่าอย่าต่อสู้เพื่อเขา แต่ให้อยู่เคียงข้างเขา บราวน์ได้รับนาฬิการาคาแพงจากลูกเรือผิวดำของเลย์เต ผู้ชื่นชมผลงานของเขา วันรุ่งขึ้น
ฝูงบินได้รับแจ้งว่าเกิดสงครามระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ และเลย์เตกำลังจัดกำลังพลใหม่เพื่อสนับสนุนภาคใต้ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2493 วีเอฟ-32
มาถึงเกาหลีและทราบว่ากองทหารจีนได้เข้าสู่สงครามกับฝ่ายเกาหลีเหนือและเริ่มผลักดันกองกำลังอเมริกันให้ถอยกลับ ฝูงบินส่งกำลังเข้าทำลายสะพานสองแห่งบนแม่น้ำยาลูระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ
แม้ว่าสะพานทั้งสองจะได้รับอนุญาตให้ยิงได้เฉพาะบริเวณชายแดนฝั่งเกาหลีเท่านั้น บราวน์และฮัดเนอร์ต่อสู้กับเครื่องบินขับไล่ MiG-15 ขณะที่คนอื่นๆ โจมตีสะพาน แต่อีกลำหนึ่งยังยืนอยู่
ขณะที่ฮัดเนอร์สั่งล่าถอยเมื่อเผชิญกับการยิงต่อต้านทางอากาศจากฝั่งแม่น้ำของจีน บราวน์ไม่เชื่อฟังเขาและโจมตีสะพานเดี่ยว ทำให้มันพิการได้สำเร็จ

เล่าเรื่องคร่าว ๆ แบบไม่สปอยล์
ร้อยโททอม “Devotion” ฮัดเนอร์ย้ายไปประจำหน่วยขับไล่ที่กองบินนาวี และได้ร่วมงานกับ Ensign Jesse Brown ซึ่งเป็นสมาชิกแอฟริกันอเมริกันคนเดียวของฝูงบิน แม้แรงตึงจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก ทั้งจากความไม่เท่าเทียมในสังคมและอันตรายในหน้าที่ แต่ความไว้ใจระหว่างนักบินสองคนก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในสนามบินและในเหตุการณ์ที่บีบให้ต้องเลือกทางเดินของตัวเอง

เมื่อหน่วยถูกส่งไปสมรภูมิที่ทวีความรุนแรงขึ้น ฮัดเนอร์ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คำสั่งกับสัญชาตญาณขัดกัน ขณะที่บราวน์พยายามปกป้องทั้งผู้คนและตัวตนของเขา ท่ามกลางการต่อสู้ในอากาศ การยืนหยัดของมิตรภาพ และความหมายของ “ความทุ่มเท” ที่ไม่ใช่แค่คำพูดแต่เป็นการพิสูจน์ทุกครั้งที่ต้องบิน

ข้อมูลที่ช่วยให้ดูสนุกขึ้น
ฮัดเนอร์ทำงานเข้ากับฝูงบินได้ไว แต่การอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่ยังมีการเหยียดผิวทำให้บราวน์เจ็บปวดและต้องใช้กำลังใจแบบของตัวเอง ช่วงเวลาในแคมป์และในชีวิตส่วนตัวเปิดให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงนักบินในเอกสารคำสั่ง แต่เป็นคนธรรมดาที่ต้องรับมือกับความกดดันจากทั้งสังคมและความกลัวที่ซ่อนอยู่

เมื่อมีข่าวสงครามปะทุและหน่วยถูกส่งไปทำภารกิจใหม่ สถานการณ์บังคับให้ทีมต้องวางแผนโจมตีเป้าหมายภายใต้ข้อจำกัดที่เคร่งครัด ทั้งยังต้องรับมือกับการยิงตอบโต้ที่รุนแรง ฮัดเนอร์พยายามรักษาระเบียบและความปลอดภัยของทีม ขณะที่บราวน์เลือกใช้ประสบการณ์และความเชื่อของตนเองในการทำให้ภารกิจเดินหน้าต่อไป การตัดสินใจที่ต่างกันค่อย ๆ ไขความหมายของความภักดีที่แท้จริง โดยไม่ทำให้ใครหลุดจากราคาของมัน

ความโดดเด่นที่ช่วยพยุงเรื่อง
จุดแข็งของเรื่องคือการสลับชั้นอารมณ์ระหว่าง “มิตรภาพที่ยืนยาว” กับ “แรงกดดันที่มากขึ้นเรื่อย ๆ” หนังทำให้ความตึงเครียดไม่อยู่แค่ในห้องนักบิน แต่กระจายไปทั้งสังคมรอบตัวและบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความหมาย การไล่ระดับความเสี่ยงในภารกิจทำให้ช่วงแอ็กชันรู้สึกหนักแน่นและชวนลุ้น ส่วนภาพรวมของดราม่าจะค่อย ๆ พาเราเข้าใจว่าทำไมคำว่า devotion ถึงไม่ใช่คำสวย ๆ ในท้ายที่สุด

ภาพรวมหลังรับชม
Devotion เป็นหนังที่ให้คุณค่าแบบงานคนและงานภารกิจไปพร้อมกัน แอ็กชันทำให้รู้สึกถึงแรงกดดันและความเสี่ยงจริง ขณะเดียวกันดราม่ายังไม่กลายเป็นแค่ฉากประกอบ แต่ผูกกับตัวเลือกของตัวละครอย่างแนบแน่น จุดสังเกตคือคนดูสายแอ็กชันล้วนอาจอยากให้จังหวะเร็วขึ้น แต่ถ้าชอบหนังที่ตั้งคำถามเรื่องความภักดี ศักดิ์ศรี และอคติในชีวิตจริง จะยิ่งอินกับรายละเอียด

เหมาะกับผู้ชมที่ชอบเรื่องทหารผสมดราม่าหนัก ๆ และชื่นชอบงานที่พยายามทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมีน้ำหนักมากกว่าฉากบู๊อย่างเดียว

ข้อมูลหนัง

6.8
5,569 โหวต, คะแนนเฉลี่ย 6.8 จาก 10
  • ชื่อหนัง: Devotion (2022)
  • รางวัล: 1 win & 6 nominations
  • ประเทศ: United States
  • ความยาว: 139 min
  • นักแสดง: Jonathan Majors, Glen Powell, Christina Jackson
  • ผู้กำกับ: J.D. Dillard
  • ผู้เขียนบท: Jake Crane, Jonathan Stewart, Adam Makos
  • ภาษา: English, Korean
  • ประเภท: movie
  • เรตอายุผู้ชม: PG-13
  • วันเข้าฉาย: 23 Nov 2022

master888

Texas444

BETSPORT888

ultimate

8xbet74

    โปรดแจ้งให้เราทราบว่าเหตุใดคุณจึงรายงานวิดีโอนี้

@buddy99

@buddy99

ชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่?

คุณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้?

กดได้ 1 ครั้งต่อเครื่อง

คนดูส่วนใหญ่รู้สึกว่า: ชอบ 100%
Liked this
Post navigation

พูดคุยหลังรับชม

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Devotion (2022)

รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้

กรุณาแสดงความคิดเห็นให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หลีกเลี่ยงการโพสต์ลิงก์ สแปม หรือข้อความไม่เหมาะสม

  • FREEKICK88
  • BETZONE888