Death Kiss (2018)
ศาลเตี้ยผู้โดดเดี่ยว “K” ออกล่าผู้ร้ายด้วยวิธีสุดเหวี่ยงจนเกิดเหตุฆาตกรรมและความสยองปนตลกร้ายบนท้องถนน ขณะเดียวกันเสียงวิทยุของ Dan Baldwin กลับโยงเกมนี้เข้ากับคำถามเรื่องจรรยาบรรณและความจริง
เนื้อเรื่องโดยรวม
ชื่ออังกฤษ: Death Kiss (2018)
ประเภทหนัง: Action, Crime, Drama
ศาลเตี้ยโดดเดี่ยวผู้ผ่าน K (Robert Bronzi) ที่เป็นต้นเหตุของการฆาตกรรมเภสัชกรและมอนสเตอร์บนท้องถนนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่างๆก่อให้เกิดภาพยนตร์แนว Death Kiss เขายิงกระเจี๊ยวออกมาจากเฒ่าหัวงูหมัดลายาในท้องจนกว่าเขาจะตายและผูกนักขี่จักรยานในพื้นที่ป่าและบีบเขาด้วยซอสย่างเพื่อให้หมาป่าได้กลิ่น ความโหดร้ายนั้นช่างโง่เขลาและสนุกถ้าลำเอียง “Death Kiss” ในบางกรณีเลือดพวยพุ่งของผู้ป่วยที่โชคร้ายจมลงไปในดินส่งผลกระทบอย่างน่าประหลาดใจโอกาสต่าง ๆ ที่น่ารังเกียจเลือดและคอมพิวเตอร์และตอนนี้และอีกครั้งมันไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อความได้เปรียบ Death Kiss เคลื่อนที่กระฉับกระเฉง เดินผ่านจุดอ่อนของเมืองทำลายช่วงเวลาแห่งการดราม่าและตะลุยหัววิทยุที่เร้าใจคุณต้องการได้ยิน Daniel Baldwin หรือไม่พูดคุยเกี่ยวกับทารกชาวอารยันที่ถูกยิงที่หน้า? นั่นเป็นหนึ่งในคำอธิบายมากมายของเขาเกี่ยวกับจรรยาบรรณที่อยู่เบื้องหลังการสังหารของ K ในฐานะผู้จัดรายการวิทยุ Dan Forthright ซึ่งทำให้อากาศร้อนซึ่งทำให้เขารู้ว่าทำไมตำรวจถึงพยายามที่จะให้ตั๋วเร่งความเร็วเมื่อเภสัชกรข้างถนนวิ่งหนีหรือทำไมพวกเขาถึงเสียเวลา เมื่อผู้ค้าประเวณีเด็กหมุนแหวนออกจากการควบคุม เท่าที่เขาเป็นกังวลบาลด์วินส่งเสียงพูดของเขาด้วยความกระตือรือร้นและความมีชีวิตชีวาและเป็นเรื่องง่ายที่จะดูถูกเป็นพิเศษและเขาทำให้ดีที่สุดในการประหารชีวิตในภาพยนตร์ ไม่มากเกินไปเขากำลังขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
เนื้อเรื่องแบบไม่สปอยล์
ท่ามกลางความวุ่นวายของเมือง K ศาลเตี้ยผู้เดียวดายลงมือแก้แค้นแบบไม่สนกฎหมาย ผลลัพธ์คือเหตุฆาตกรรมของเภสัชกรและเงื่อนไขประหลาดที่ดูเหมือนจะปลุก “มอนสเตอร์” ในย่านที่คนหวาดกลัว ขณะความโหดเหี้ยมไหลทะลัก เรื่องราวก็ถูกเล่าในจังหวะที่ทั้งดาร์กและแปลกประหลาดราวกับเสียดสีตัวเอง
ระหว่างนั้น Dan Baldwin ผู้จัดรายการวิทยุกลับทำหน้าที่ “ขยายไฟ” ด้วยคำพูดเร้าอารมณ์และมุมมองเฉพาะตัว เขาพยายามเชื่อมโยงพฤติกรรมในเมืองกับเหตุการณ์รุนแรง พร้อมกับชวนให้ผู้ฟังคิดว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุ และความจริงมีหน้าตาอย่างไรเมื่อทุกอย่างเริ่มสลับด้าน
ก่อนดูเรื่องนี้ควรรู้อะไรบ้าง
K เดินเกมด้วยความเชื่อมั่นในวิธีของตัวเอง ตั้งแต่การลงมืออย่างรุนแรงไปจนถึงการจัดฉากที่ชวนสะเทือนขวัญ เหยื่อที่ถูกเลือกไม่ใช่แค่คนร้ายธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ลุกลามในพื้นที่ และยิ่งเขาเร่งฝีมือ เหตุการณ์ก็ยิ่งแตกแขนงกลายเป็นความสับสนที่ตำรวจตามไม่ทัน
ด้าน Dan Baldwin ใช้ไมโครโฟนเป็นอาวุธทางอารมณ์ เขาเร่งเร้าเรื่องเล่าที่ทำให้อากาศร้อนขึ้น ชี้เบาะแสแบบวกวน และทิ้งนัยให้คนตั้งคำถามต่อคำว่า “ความถูกต้อง” ความรุนแรงในเมืองจึงไม่ใช่แค่การไล่ล่ากัน แต่กลายเป็นเกมศีลธรรมที่แรงกว่าความเร็วหรือหลักฐาน และผู้ชมจะค่อย ๆ เห็นว่าทุกคำพูดอาจพาใครบางคนไปถึงจุดที่อันตราย
องค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ
จุดเด่นอยู่ที่จังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับและคมแบบหนังแอ็กชัน-อาชญากรรมผสมดราม่า ดาร์กจัดแต่ไม่แข็งทื่อ เพราะมีมุมตลกร้ายและความ “สุดโต่ง” ที่ทำให้ความรุนแรงดูเหมือนถูกออกแบบให้กวนประสาทผู้ชมไปพร้อมการลุ้นไล่ล่า อีกทั้งงานภาพและการตัดต่อพาอารมณ์ไปเร็ว ทำให้บทสนทนาและเหตุการณ์อาชญากรรมเร้าใจต่อเนื่อง
รีวิวภาพรวมแบบเข้าใจง่าย
Death Kiss เป็นหนังที่ไม่พยายามทำให้ทุกอย่าง “ดูจริงจัง” แบบตรงตัว แต่เล่นกับความสุดโต่งและความย้อนแย้งจนกลายเป็นความบันเทิงสำหรับคนที่ชอบแอ็กชันอาชญากรรมโทนดาร์ก มีเสน่ห์ตรงความเร็วของจังหวะและการปะทะกันของมุมมองผ่านไมโครโฟน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณคาดหวังความสมเหตุสมผลหรือการนำเสนอที่นุ่มนวล หนังอาจทำให้รู้สึกหนักและรุนแรงเกินไป
เหมาะกับคนดูที่รับได้กับความดิบ ความตึงเครียด และความเสียดสีเล็ก ๆ มากกว่าหนังที่ต้องการความละเอียดเชิงกฎหมายหรือบทดราม่าลึกแบบเป็นเส้นตรง
ข้อมูลหนัง
- ชื่อหนัง: Death Kiss (2018)
- ประเทศ: USA
- ความยาว: 87 min
- วันเข้าฉาย: 02 Oct 2018





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Death Kiss (2018)
รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล