Yamato (2005) ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ
ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ เล่าความทรงจำและบาดแผลของคนหนุ่มผ่านการตามหาที่มาของเรือประจัญบานในห้วงสงครามที่โหดร้าย เรื่องราวเข้มข้นแบบดราม่าประวัติศาสตร์ ชวนให้คิดถึงความสูญเสียและศักดิ์ศรีของผู้คน
เนื้อเรื่องโดยรวม
- ชื่อไทย: ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ
- ชื่ออังกฤษ: Yamato (2005)
- ประเภทหนัง: Drama, History, War
ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามเพื่อนชาวญี่ปุ่น 3 คนจากการขึ้นเรือ “Yamato” ซึ่งเป็นเรือประจัญบานที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนกระทั่งจมลงใน 3 1/2 ปีต่อมาในวันที่ 7 เมษายน 1945
ระหว่างทางไปโอกินาว่าเพื่อหยุดยั้งการรุกของอเมริกาเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
“ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ” เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2548 ในเมืองมาคุระซิ จังหวัดคาโกชิมะ อุชิดะมากิโกะแสวงหาเรือในสหกรณ์ประมงท้องถิ่นเพื่อพาเธอไปยังละติจูด N30 ลองจิจูด L128 ที่ซึ่งเรือประจัญบานติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุด หนักที่สุด
และทรงพลังที่สุดที่เคยสร้างยามาโตะได้จมลงในเดือนเมษายน 7th 1945; อย่างไรก็ตาม คำขอของเธอถูกปฏิเสธ เธอบังเอิญพบกัปตัน Katsumi Kamio ของเรือประมง Asukamaru โดยบังเอิญ และเปิดเผยว่าเธอเป็นลูกติดของเจ้าหน้าที่ Nagoya Uchida และ Kamio
ยอมรับในทันทีที่จะพาเธอเดินทางเสี่ยงภัย ขณะเดินทางไปกับมากิโกะและอาสึจิอายุสิบห้าปี คามิโอะเล่าและเปิดเผยเรื่องราวของยามาโตะและเพื่อนสนิทของเขาที่รับใช้บนเรือประจัญบานจนถึงภารกิจฆ่าตัวตายครั้งสุดท้ายในโอกินาว่า
เมื่อพวกเขาไปถึงจุดที่ยามาโตะจม เขาคิดว่าในที่สุดเขาก็มาถึงจุดสิ้นสุดของยุคโชวะ
ปูทางก่อนดูแบบไม่เสียอรรถรส
หญิงสาวชาวญี่ปุ่นผู้แสวงหาเรื่องราวบางอย่างในทะเล ได้เผชิญกับการปฏิเสธและความผิดหวัง ก่อนจะพบกัปตันของเรือประมงที่ยอมพาเธอออกเดินทางร่วมกับเด็กหนุ่มวัยใกล้เคียงวัยเดียวกัน ระหว่างการมุ่งหน้าไปยังพิกัดต้องห้าม พวกเขาค่อย ๆ เปิดประเด็นถึงอดีตที่ฝังลึกและเหตุผลที่ทำให้ “ยามาโต้” ไม่ใช่แค่ชื่อเรือ แต่เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย
เมื่อบทสนทนาเริ่มคลี่คลาย กัปตันเล่าถึงเรื่องที่เขาเคยเผชิญบนเรือและความผูกพันของเพื่อนร่วมภารกิจ ท่ามกลางเงาทหารที่ค่อย ๆ ทับทวีความกดดัน ผู้ร่วมทางต้องรับมือกับความจริงที่ยากจะย้อนกลับ ทั้งในทะเลและในใจ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนดู
เรื่องดำเนินด้วยจังหวะค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการหาคำตอบของหญิงสาวและการจัดการอุปสรรคระหว่างทาง จนเมื่อได้กัปตันมาเป็นผู้พา ทุกอย่างเปลี่ยนจากการ “หาเส้นทาง” สู่การ “หาความหมาย” ของการเสียสละที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก
กัปตันเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเรือยามาโตะและผู้คนที่เคยอยู่ร่วมชะตาเดียวกัน ผ่านรายละเอียดที่ทำให้ผู้ชมเห็นภาพความหวัง ความยึดมั่น และความสิ้นสุดที่คืบคลาน แม้จะพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตเป็นหลัก แต่ความรู้สึกที่ถ่ายทอดทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า โดยไม่เร่งให้คำตอบทันที
เสน่ห์ของเรื่องนี้
จุดเด่นคือการเล่าแบบอารมณ์นำ เริ่มจากการเดินทางในปัจจุบันแล้วค่อย ๆ คลี่อดีตผ่านคำบอกเล่าที่จริงจัง ภาพทะเลและความเงียบงันทำให้ทุกบทสนทนา “หนัก” ขึ้น ขณะเดียวกันงานดราม่าจะพาเข้าไปใกล้ใจของตัวละครมากกว่าการจัดฉากสงครามอย่างเดียว
มุมมองต่อภาพรวมของเรื่อง
หนังให้ความรู้สึกเหมือนนั่งฟังเรื่องเล่าที่ผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว เนื้อหาเข้มแบบดราม่าประวัติศาสตร์ ข้อดีคือการเล่าความทรงจำที่ทำให้คนดูเข้าใจ “มนุษย์” หลังเหตุการณ์ใหญ่ ส่วนจุดที่ต้องทำใจก็คือจังหวะอาจช้ากว่าหนังแอ็กชัน และความสนุกจะมาจากอารมณ์และบทสนทนาเป็นหลัก เหมาะกับคนที่อยากดูหนังที่ตั้งใจเล่าเรื่องและชวนทบทวนมากกว่าหาความมันส์
โดยรวมเป็นเรื่องที่จับอารมณ์ได้ดีเมื่อผู้ชมเปิดใจให้กับโทนเศร้าและการรำลึกถึงอดีต ถ้าชอบหนังแนวดราม่าประวัติศาสตร์ หนังเรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์
ข้อมูลหนัง
- ชื่อหนัง: Yamato (2005) ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ
- รางวัล: 6 wins & 7 nominations
- ประเทศ: Japan
- ความยาว: 145 min
- นักแสดง: Takashi Sorimachi, Shidô Nakamura, Kyôka Suzuki
- ผู้กำกับ: Jun'ya Satô
- ผู้เขียนบท: Jun Henmi, Jun'ya Satô
- ภาษา: Japanese
- ประเภท: movie
- วันเข้าฉาย: 17 Dec 2005





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ Yamato (2005) ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ
รีวิวสั้น ๆ แนะนำความรู้สึกหลังดู หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่นี่ ความคิดเห็นจะถูกตรวจสอบก่อนแสดงผล